ขอให้พ่อแม่ มั่นใจ

สวัสดีค่ะ easybanterng ได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับการเข้ารับวัคซีน ของเหล่านักเรียน ที่ทางกระทรว’

ศึกษาธิการ ได้ดำเนินเรื่องและให้ทางโรงเรียนแจ้งกับทางผู้ปกครองไว้แล้วนั่น หลากหลายท่านได้มี

ความเป็นห่วงและรู้สึกกังวล ถึงความปลอดภัยในการให้ลูกหลานของตนเองได้รับ ในครั้งนี้ โดยล่าสุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาอัปเดต

เรื่องราวดังกล่าว จะเป็นอย่างไรไปติดตามกันค่ะ

ยังคงเป็นสถานการณ์ที่ทั่วทั้งโลกจับตามองอย่างมากเลยล่ะค่ะ

กับวิกฤตสถานการณ์ CV ที่ ทั่วทั้งโลก รวมถึงประเทศไทยของเราที่ยังไม่มีวี่แววของการหายไปของ CV นี้

โดยปัจจุบัน ประเทศไทยของเรามีผู้ไม่สบายพุ่งขึ้นสูงในทุกวัน รวมทั้งจำนวนของผู้ที่จากไปก็ไม่น้อยลงเลยล่ะค่ะ

หลังจากที่ CV เข้ามาในประเทศไทย ในช่วงเดือนมีนาคม ของปี 2563 จนถึงตอนนี้

มีหลาย ๆ คนได้รับการช่วยเหลืออย่างมาก หลายประเทศ ก็ได้ยื่นมือ ส่ง mRna เข้ามา

แต่ต้องยอมรับเลยล่ะค่ะว่า ประเทศเราผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือ ยังไม่ถึงครึ่งของจำนวนประชากร

แต่ทุกคนต้องดำเนินชีวิตกันต่อไป หากจะพึ่งเพียงเงินเยียวยา จากภาครัฐเห็นทีจะไม่พอ

หลาย ๆ คน จึงตัดสินใจเดินทางก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

นอกจากผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน จะประสบปัญหาในการทำงานแล้ว

เหล่าเด็กนักเรียน ที่ถือว่าคืออนาคตของชาติ ก็ได้รับการเรียนรู้ที่ไม่เต็มร้อย

เนื่องจากไม่สามารถที่จะไปเรียนที่โรงเรียนได้ หลายโรงเรียนจึงใช้วิธีการ

ในการเรียนออนไลน์ ซึ่งต้องบอกเลยล่ะค่ะว่า นี่คือความลำบากของทางผู้ปกครอง และทางนักเรียนเอง

เพราะว่าไม่ใช่ว่าทุกบ้านจะสามารถเรียนออนไลน์ได้

และตามจิตวิทยา นักเรียนทุกคนขาดโอกาสในการเรียนรู้สังคมภายในโรงเรียน

ซึ่งเป็นการจำลองสังคมพื้นฐาน ที่นักเรียนจะต้องไปเจอในอนาคต

เหตุการณ์นี้ จึงทำให้เกิดความเครียดสะสม ทั้งตัวผู้ปกครอง และนักเรียน

ล่าสุด ทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกมาเปิดเผยถึงการเปิดเรียน หลังจากที่มีนโยบายการคลายล็อกดาวน์ที่ผ่านมา

ทำให้ทุกคนตื่นเต้น กับการที่โรงเรียนจะเปิดในครั้งนี้

และทางโรงเรียนก็ต้องมีมาตรการในการรับมือนักเรียนไปโรงเรียนอย่างรัดกุม

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ได้ออกมาย้ำถึงความมั่นใจให้กับทางผู้ปกครองทุก ๆ ท่าน ถึงการได้รับไฟเซอร์ของนักเรียน

ซึ่ง นายอนุทิน ได้เผยว่าการได้รับไฟเซอร์ของนักเรียนขอให้มั่นใจว่าปลอดภัย เพราะผ่านการตรวจสอบทาง อย. แล้ว

และเน้นย้ำว่า นักเรียนที่อายุน้อยกว่า 12 ปี ต้องมีผู้ปกครองเซ็นยินยอม เพราะว่าไม่บรรลุนิติภาวะ

ต้องขอบอกเลยนะคะว่า การเข้ารับไฟเซอร์ หรือยี่ห้อ ไหนก็แล้วแต่ เป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานในร่างกายของตนเอง ให้ผู้ปกครอง พิจารณาตามความเหมาะสม ว่าอยากให้ลูกหลาน ได้รับตอนนี้หรือไม่ แต่ถึงอย่างไรแล้ว ควรขึ้นอยู่กับการสอบถามคุณหมอ หากลูกหลานของท่านไม่สบายหรือมีอาการอะไรก่อนหน้าที่จะได้รับไฟเซอร์ และจะได้รับวันไหน อะไรอย่างไร รอติดตามเรื่องราวจากทางกระทรวงศึกษาธิการ และ กระทรวงสาธารณสุขต่อไปค่ะ แล้ว easybanterng จะนำมารายงานในครั้งต่อไป

เรียบเรียงโดย : GalaxyA

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *